Journal of Pediatric Surgery รายงานว่าเด็กผู้ชายที่ขลิบอวัยวะเพศมีแนวโน้มเกิดปัญหาอวัยวะเพศชายมากกว่าเด็กที่ไม่ขลิบกว่า 3 เท่าในช่วงเวลา 5 ปีแรกของชีวิต

 วัตถุประสงค์

เพื่อเปรียบเทียบอัตราการเกิดปัญหาของอวัยวะเพศระหว่างเด็กผู้ชายที่ขลิบกับเด็กผู้ชายที่ไม่ขลิบ

และเพื่อประเมินว่าบุคลากรทางการแพทย์ประเภทใดที่ทำการขลิบมีอัตราปัญหาหลังการขลิบน้อยกว่า


วิธีการศึกษา

นักวิจัยใช้ฐานข้อมูลประกันสุขภาพขนาดใหญ่ของสหรัฐชื่อ MarketScan ในปี 2011 ถึง 2020 ซึ่งใช้รหัสหัตถการ(CPT codes) ระบุว่าใครที่ขลิบ ไม่ได้เปิดแฟ้มคนไข้ทีละคน ส่วนกลุ่มที่ไม่ขลิบจะควบคุมอายุ รัฐที่อาศัยอยู่ และประเภทประกันสุขภาพ เพื่อให้ทั้งสองกลุ่มใกล้เคียงกันที่สุด โดยที่ผลลัพธ์หลักที่งานวิจัยนี้สนใจจะเป็นปัญหาของอวัยวะเพศชายไม่ว่าจะเป็น การติดเชื้อที่อวัยวะเพศ การอักเสบ ท่อปัสสาวะตีบ และปัญหาอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะเพศ ในขณะที่ผลลัพธ์รองจะเป็นภาวะแทรกซ้อนจากการขลิบโดยตรง ภายใน 28 วันแรกหลังการขลิบ และปัญหาหลังจากนั้น ซึ่งนักวิจัยใช้รหัสวินิจฉัยโรค ICD-9/10 เพื่อตรวจว่าเด็กคนไหนเคยถูกวินิจฉัยว่ามีปัญหา

หมายเหตุ รหัสหัตการ(CPT codes) หมายถึง รหัสที่โรงพยาบาลใช้ตอนเรียกเก็บเงินประกันซึ่งถ้ามีรหัสสำหรับการขลิบอวัยวะเพศแปลว่าเด็กคนนั้นถูกขลิบ

ผลลัพธ์

งานวิจัยนี้ได้ศึกษากลุ่มเด็กที่ขลิบประมาณ 850,000 คน และเด็กที่ไม่ขลิบอีกประมาณ 850,000 คน (รวมแล้วราวๆ 1.7 ล้านคน ซึ่งถือว่าเป็นงานวิจัยขนาดใหญ่มาก) โดยกลุ่มที่ไม่ขลิบถูกจับคู่ให้มีอายุ รัฐที่อยู่อาศัย และประเภทประกันสุขภาพใกล้เคียงกับกลุ่มที่ขลิบ

ผลพบว่าในช่วง 5 ปีแรกของชีวิต เด็กที่ขลิบมีอัตราการเกิดปัญหาเกี่ยวกับอวัยวะเพศอยู่ที่ 1.7% ขณะที่เด็กที่ไม่ขลิบพบเพียง 0.5%

เมื่อวิเคราะห์และควบคุมปัจจัยอื่น ๆ แล้ว พบว่าเด็กที่ขลิบมีความเสี่ยงเกิดปัญหาเกี่ยวกับอวัยวะเพศสูงกว่าเด็กที่ไม่ขลิบประมาณ 2.9 เท่า

หมายเหตุ: เด็กที่ขลิบโดยศัลยแพทย์มีอัตราการเกิดปัญหาสูงกว่าเด็กที่ขลิบโดยกุมารแพทย์ประมาณ 2.1 เท่า ในช่วงปีแรกหลังการขลิบ

บทสรุป

ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะเพศชายในเด็กพบได้ไม่บ่อยในช่วง 5 ปีแรกของชีวิต อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดขึ้นจะพบว่าเด็กที่ขลิบมีอัตราการเกิดปัญหาสูงกว่าเด็กที่ไม่ขลิบประมาณ 3 เท่า และมีอัตราเสี่ยงสูงกว่าในกลุ่มที่ขลิบโดยศัลยแพทย์เมื่อเทียบกับกุมารแพทย์

ระดับความน่าเชื่อถือของหลักฐานทางการแพทย์

ระดับที่ 2(ระดับที่ 2 หมายถึงว่าเป็นงานวิจัยที่ค่อนข้างแข็งแรง มีข้อมูลจำนวนมาก แต่ไม่ใช่การทดลองแบบสุ่ม จึงเชื่อถือได้สูง แค่ไม่สูงที่สุด)

ประเภทของการศึกษา

เป็นการศึกษาพยากรณ์โรค คือการวิจัยเชิงสังเกตที่มุ่งทำนายแนวโน้ม ผลลัพธ์ หรือความเสี่ยงของโรคในอนาคต

หมายเหตุ หน้าที่นำมาแปลนี้เป็นบทคัทย่อของงานวิจัย หากท่านต้องการอ่านเพิ่มเติมสามารถอ่านได้ที่แหล่งอ้างอิง

Comments

Popular posts from this blog

การขลิบอวัยวะเพศไม่ได้ช่วยลดการติดเชื้อ HIV

การขลิบอวัยวะเพศไม่ได้ทำให้สะอาดกว่าเสมอไป